
เมืองไทย แคปปิตอล ผู้นำบริการด้านสินเชื่อ
34 ปี
ก่อตั้งมาแล้ว
8,981 สาขา
จำนวนสาขา
4.7 คะแนน
คะแนนรีวิวจากลูกค้า
บริการเงินกู้
เมืองไทย สินเชื่อด่วน ให้เงินกู้ ทะเบียนรถทุกชนิด โฉนดที่ดิน คอนโด เช่าซื้อรถใหม่ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อนาโน สินเชื่อเรือ และสินเชื่อเพย์ เลเทอร์ ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง อนุมัติไว ดอกเบี้ยต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิก รับเงินสดเต็มจำนวน ให้บริการครอบคลุมกว่า 8,981 สาขาทั่วประเทศ
เลือกสินเชื่อที่ใช่สำหรับคุณ
คำนวณค่างวดทั่วไป
หมายเหตุ*
การคำนวณจำนวนเงินผ่อนชำระต่อเดือน ช่วยให้ท่านสามารถคำนวณหาค่างวดได้ในเบื้องต้น ซึ่งผลการคำนวณนี้ มิใช่ข้อเสนอการให้สินเชื่อจากบริษัทฯ
บริการอื่นๆ
ประกัน , พ.ร.บ. รับต่อภาษี และรับชำระค่าไฟฟ้า
เมืองไทย แคปปิตอล พร้อมให้บริการที่หลากหลาย
- บริการรับชำระบิลค่าไฟฟ้า สะดวกใกล้บ้าน
- บริการต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์
บริการที่จัดจำหน่ายโดยบริษัท เมืองไทยลีสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด
- จำหน่ายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ราคาถูก คุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- บริการจำหน่าย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถเพื่อการเกษตร

บริการรับชำระค่าไฟฟ้า
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
จำหน่ายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
จำหน่าย พ.ร.บ. รับต่อภาษี
ดูข้อมูลเพิ่มเติมข่าวสารและกิจกรรม
การกล่าวโทษ จากการปฏิบัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การบริหารจัดการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กล่าวโทษบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด กล่าวคือ (1) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยการปิดสัญญาเดิม และนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563 (2) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ โดยการปิดสัญญาเดิมและนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ)ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ซึ่งการกระทำตามข้อ (1) และ (2) เป็นความผิดตามข้อ 7 ต้องระวางโทษตามข้อ 17 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ทั้งนี้ บริษัทได้ยุติการจัดทำสัญญาใหม่ที่มีลักษณะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวพร้อมทั้งเยียวยาลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ผลการดำเนินคดีในชั้นพนักงานอัยการ 25 มีนาคม 2569) พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน), นางดาวนภา พัชรชัย และนายศึกษิต พัชรชัย รวม 3 คน ต่อศาลอาญาตลิ่งชัน ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จากกรณีดังกล่าว ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศของกระทรวงการคลังและ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายใน มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในหลักการปฏิบัติต่อผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม สิทธิของลูกหนี้ตามกฎหมาย และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม รวมทั้งการใช้ภาษาที่ชัดเจนและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการจะดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ประกาศกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยึดมั่นในการให้บริการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ
เมืองไทย แคปปิตอล คว้า 3 รางวัลใหญ่ จาก IAA Awards 2026 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักวิเคราะห์การลงทุน ล่าสุดคว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากสมาคม IAA ในงาน IAA Awards for Listed Companies 2026 ประกอบด้วยรางวัล Best CEO, Best CFO และ Best Investor Relations (IR) กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่บริษัทได้รับรางวัลครบทั้ง 3 สาขา สะท้อนถึงศักยภาพของทีมผู้บริหาร ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และการสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าสู่ World-class Thai Microfinance ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตมั่นคง นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทคว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ในงาน IAA Awards for Listed Companies 2026 จัดขึ้น ณ ห้อง Phayathai Grand Ballroom ชั้น 6 โรงแรม Eastin Grand Hotel Phayathai โดยนายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร ได้รับรางวัล Best CEO, นายสุรัตน์ ฉายาวรเดช รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน ได้รับรางวัล Best CFO และนายกฤษดา คุรุจิตโกศล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการคลังและนักลงทุนสัมพันธ์ ได้รับรางวัล Best IR โดยรางวัลทั้ง 3 สาขาสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์การลงทุนที่มีต่อการบริหารจัดการและการดำเนินงานของบริษัท ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและวิสัยทัศน์การเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับความเชื่อมั่นดังกล่าว สอดคล้องกับพัฒนาการด้านความน่าเชื่อถือทางการเงินของ MTC ซึ่งได้รับการประเมินจากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับสากล โดย Moody’s Ratings จัดอันดับเครดิตองค์กรระยะยาว (Corporate Family Rating: CFR) เป็นครั้งแรกที่ระดับ Ba2 ขณะที่ Fitch Ratings จัดอันดับเครดิตสากลระยะยาว (International Long-Term Issuer Default Rating: IDR) ที่ระดับ BB และอันดับเครดิตระยะยาวภายในประเทศ (National Long-Term Rating) ที่ระดับ A-(tha) ส่วน S&P Global Ratings จัดอันดับเครดิตผู้ออกตราสารระยะยาวที่ระดับ BB- โดยอันดับเครดิตทั้งหมดมีแนวโน้ม Stable แสดงให้เห็นถึงการได้รับการประเมินจากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำทั้งสามแห่ง นอกจากความน่าเชื่อถือทางการเงินแล้ว ยังได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) และการประเมินด้านความยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA รวมถึงได้รับรางวัล Best Social Bond Thailand จากเวที The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026 สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ และการส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืน ควบคู่กับการขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ MTC ได้เข้าร่วมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยนายปริทัศน์ พัชรชัย ได้พบปะและร่วมถ่ายภาพกับ Mr. Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ Mr. Sarvesh Suri รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) ซึ่งเป็นโอกาสในการสานสัมพันธ์กับองค์กรการเงินระดับโลก และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทยกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ "บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อตามแผนธุรกิจ พร้อมยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐาน World-class Thai Microfinance โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง" นายปริทัศน์ กล่าวในที่สุด
โครงการ “เมืองไทยร่วมใจ มอบให้ชุมชน”
เมืองไทย แคปปิตอล เติบโตเคียงข้างชุมชน มุ่งมั่นส่งต่อโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน บริษัทฯ เดินหน้าส่งต่อโอกาสผ่านโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ มอบให้ชุมชน” สนับสนุนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างครอบคลุมกว่า 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย , ราชบุรี , อุดรธานี , สุพรรณบุรี , ปัตตานี , ขอนแก่น และ จันทบุรี รวมแล้วกว่า 82 คัน มอบให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อช่วยให้บุคลากรสาธารณสุขเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะทุกชุมชน คือส่วนหนึ่งของการเติบโต เมืองไทย แคปปิตอล พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมอย่างยั่งยืน
MTC ผนึก FinDev Canada ลงนามเงินกู้ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สนับสนุนธุรกิจ MSMEs - ผู้ประกอบการสตรีในชนบท เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ลงนามในสัญญาเงินกู้กับ FinDev Canada สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งแคนาดา วงเงิน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบเงินกู้คู่ขนาน (Parallel Loan) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง (Micro, Small and Medium-sized Enterprises: MSMEs) โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการสตรีในพื้นที่ชนบทที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริม Financial Inclusion และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ ทำเนียบที่พักเอกอัครราชทูตแคนาดา (Official Canadian Residence) กรุงเทพมหานคร โดยมี Mr. Randeep Sarai รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศของแคนาดา (Secretary of State for International Development) เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย Ms. Lori Kerr ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FinDev Canada ร่วมด้วยนายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร MTC และ Ms. Amanda Strohan เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และ Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว สำหรับเงินกู้จาก FinDev Canada เป็นวงเงินเพิ่มเติมจากวงเงินสินเชื่อร่วมแบบ A/B (A/B Syndicated Loan Facility) จำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และ Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) เป็นผู้จัดการร่วม ส่งผลให้วงเงินระดมทุนภายใต้ธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความร่วมมือของสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ และสถาบันการเงินชั้นนำในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการในประเทศไทย “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ FinDev Canada พร้อมด้วย ADB และ SMBC เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่ผู้ประกอบการ MSMEs ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในชุมชนชนบททั่วประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมศักยภาพของ MTC ในการให้บริการแก่ลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินอย่างเพียงพอทั่วประเทศ” นายปริทัศน์ กล่าว ปัจจุบัน MTC ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อตามแผนธุรกิจ พร้อมยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐาน World-class Thai Microfinance โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างๆ และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง ในด้านความน่าเชื่อถือทางการเงิน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรระยะยาวเป็นครั้งแรกจาก Moody’s Ratings ที่ระดับ Ba2 ขณะที่ Fitch Ratings จัดอันดับเครดิตสากลระยะยาว (International Long-Term Issuer Default Rating: IDR) ที่ระดับ BB และอันดับเครดิตระยะยาวภายในประเทศ (National Long-Term Rating) ที่ระดับ A-(tha) รวมถึง S&P Global Ratings ซึ่งจัดอันดับเครดิตผู้ออกตราสารระยะยาวที่ระดับ BB- โดยทุกอันดับมีแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงการได้รับการประเมินความน่าเชื่อถือทางเครดิตจากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับสากลทั้งสามแห่ง นอกจากนี้ MTC ยังได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) และการประเมินด้านความยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA ตลอดจนได้รับรางวัล Best Social Bond Thailand จากเวที The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการส่งเสริมการเงินเพื่อความยั่งยืนและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ MTC ยังได้เข้าร่วมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยนายปริทัศน์ พัชรชัย ได้พบปะและร่วมถ่ายภาพกับ Mr. Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ Mr. Sarvesh Suri รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) การพบปะดังกล่าวเป็นอีกโอกาสในการสานสัมพันธ์ระหว่าง MTC กับองค์กรการเงินชั้นนำระดับโลก และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทยกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ MTC มุ่งต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายโอกาสทางการเงินให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการสตรี และประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงหรือได้รับบริการทางการเงินในระบบอย่างไม่เพียงพอ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กและชุมชนและร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ทั่วถึง และยั่งยืน
















