บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจประเภทสินเชื่อตั้งแต่ปี 2535 โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ โดยครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทได้เพิ่มสินเชื่อประเภทอื่น ได้แก่ สินเชื่อรถยนต์ทุกประเภท สินเชื่อรถเพื่อการเกษตร สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อโฉนดที่ดิน นอกจากนี้บริษัทยังรับทำ พ.ร.บ. เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

ปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นขยายการบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย จากจังหวัดมุ่งสู่อำเภอ จากอำเภอมุ่งสู่ตำบล ซึ่งภายในปี 2563 มีเป้าหมายให้ครบ 4,500 สาขา

สารจากประธานกรรมการบริหาร

ประธานกรรมการบริหาร

ก้าวไปข้างหน้า
กับเมืองไทย แคปปิตอล

ในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถเติบโตในทุกๆด้าน มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ สูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะผลกำไรของบริษัท มีจำนวน 2,501 ล้านบาท เติบโตถึง 70.83 เปอร์เซ็นต์

สำหรับปี 2561 บริษัทยังคงเน้นการเจริญเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ทางผู้บริหารได้กำหนดนโยบายในการเติบโตไว้ไม่น้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และเปิดสาขาอย่างน้อย 600 สาขา โดยยังคงดูแลหนี้เสียหรือ NPL ไว้ไม่เกิน 1.5 เปอร์เซ็นต์

การที่บริษัทสามารถเติบโตและดำเนินธุรกิจเจริญอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น เป็นเพราะทางผู้บริหารยึดหลักการบริหารจัดการภายใต้การมีคุณธรรมและจริยธรรม โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ถือหุ้น, ผู้ลงทุน, พนักงาน, พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม

ผมในนามของคณะผู้บริหาร ขอให้คำยืนยันว่าผมและทีมงานจะบริหารงานของบริษัทให้ประสบความสำเร็จตามแผนงานที่วางไว้โดยยึดหลักคุณธรรม, จริยธรรม และความโปร่งใส เป็นที่ตั้ง เพื่อให้องค์กรเจริญเติบโตต่อไป

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ กรรมการ / ประธานกรรมการบริหาร

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

พ.ศ. 2535
  • เริ่มประกอบธุรกิจเช่าซื้อ รถจักรยานยนต์ใหม่และมือสองในนาม “บริษัท ดี.เอส. ลิสซิ่ง จำกัด”
พ.ศ. 2539
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 13 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 2 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 130,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • ​ขยายการให้บริการสินเชื่อไปยังภาคกลาง โดยเริ่มจากการเปิดสาขาที่จังหวัดลพบุรีเป็นที่แรก
พ.ศ. 2541
  • ​เริ่มให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์
พ.ศ. 2544
  • ​เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 35 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 15 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 350,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • เริ่มให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร
  • เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท ดี.เอส. ลิสซิ่ง จำกัด” เป็น “บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด”
  • ยกเลิกการประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
พ.ศ. 2545
  • เริ่มให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์
พ.ศ. 2547
  • ​เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 50 ล้านบาท จากเดิมเพิ่ม เป็น 100 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • ​ขยายการบริการสินเชื่อไปยังภาคตะวันออก โดยเริ่มจากการเปิดสาขาที่จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดแรก
พ.ศ. 2549
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 100 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปขยายสินเชื่อ
  • ​เริ่มประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549
พ.ศ. 2550
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 50 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 200 ล้านบาท เป็น 250 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 500,00 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นล่ะ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
พ.ศ. 2551
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน100 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 250 ล้านบาท เป็น 350 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปขยายสินเชื่อ
  • ขยายการให้บริการสินเชื่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มจากการเปิดสาขาที่จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดแรก
  • ย้ายสำนักงานใหญ่จากอาคารเลขที่ 13 ซอยจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร มาอยู่ ณ อาคารเลขที่ 32/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2552
  • ​เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 100 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 350 ล้านบาท เป็น 450 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
พ.ศ. 2553
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 150 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 450 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
พ.ศ. 2554
  • บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจนายหน้าประกัน วินาศภัย จากผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 19,998 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการเสริมแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการสินเชื่อของบริษัท
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 470 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 600 ล้านบาท เป็น 1,070 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 4,700,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 30 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 1,070 ล้านบาท เป็น 1,100 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • ​บริษัทฯ ซื้อและรับโอนลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ จากผู้ถือหุ้นใหญ่ มูลค่า 537.82 ล้านบาท
พ.ศ. 2555
  • ​เพิ่มทุนจดทะเบียน 160 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,100 ล้านบาท เป็น 1,260 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,600,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
  • ​เปิดดำเนินการศูนย์ประมูลรถแห่งแรกและแห่งที่ 2 ที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอยุธยา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดประมูลรถที่สาขาต่างๆ ในเขตภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก
พ.ศ. 2556
  • ​เพิ่มทุนจดทะเบียน 315 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,260 ล้านบาท เป็น 1,575 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3,150,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำไปใช้ในการขยายสินเชื่อ
พ.ศ. 2557
  • ​เปิดดำเนินการศูนย์ประมูลรถแห่งที่ 3 ที่จังหวัดชลบุรีเพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดประมูลรถที่สาขาต่างๆ ในเขตภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเริ่มการประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557
  • เปิดดำเนินการศูนย์ประมูลรถแห่งที่ 4 ที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดประมูลรถที่สาขาต่างๆ ในเขตภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มการประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557
  • ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการ ดังนี้
    1. ​แปรสภาพเป็นบริษัท มหาชนจำกัด 2.​ เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 100 บาท เป็น 1 บาท 3.​ เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 545 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,575 ล้านบาท เป็น 2,120 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 545 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ซึ่งมีรายละเอียดการจัดสรรดังนี้ 1.1 ​หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 502.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชน 1.2 ​หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 42.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย 1.3​ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 หุ้นของบริษัท ได้ทำการซื้อขายเป็นครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 506 สาขา
พ.ศ. 2558
  • เริ่มให้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยได้รับอนุญาตจากระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558
  • ขยายการให้บริการสินเชื่อไปยังภาคใต้ โดยเริ่มจากการเปิดสาขาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดแรก
พ.ศ. 2559
  • ​เปิดสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่การให้บริการในแต่ละภาค ดังนี้ ภาคเหนือสาขาเพิ่มขึ้น 87 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสาขาเพิ่มขึ้น 282 สาขา ภาคกลางสาขาเพิ่มขึ้น 282 สาขา ภาคใต้สาขาเพิ่มขึ้น 73 สาขา
  • รวมเปิดสาขาทั้งสิ้น 724 สาขา เพิ่มช่องทางการจ่ายชำระเงิน โดยลูกค้าสามารถชำระผ่านเคาน์เซอร์วิส
พ.ศ. 2560
  • เปิดสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่การให้บริการในแต่ละภาค ดังนี้ ภาคเหนือสาขาเพิ่มขึ้น 66 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสาขาเพิ่มขึ้น 226 สาขา ภาคกลางสาขาเพิ่มขึ้น 389 สาขา ภาคใต้สาขาเพิ่มขึ้น 79 สาขา รวมเปิดสาขาทั้งสิ้น 760 สาขา
  • เพิ่มช่องทางการชำระเงิน โดยลูกค้าสามารถชำระผ่านเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี และแอร์เพย์
  • เปิดดำเนินการศูนย์ประมูลรถแห่งที่ 5 ที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดประมูลรถที่สาขาต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มการประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560

วิสัยทัศน์ และ พันธกิจ

วิสัยทัศน์ (VISION)


เราจะดำรงความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์

พันธกิจ (MISSION)

  1. บริษัทฯ จะ ขยายพื้นที่การให้บริการ ลูกค้าในรูปแบบสาขา ให้ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ โดยจะเปิดดำเนินการในรูปแบบสาขาใหญ่
    สาขาย่อย และศูนย์บริการ ภายในปี 2563 จำนวน 4,500 สาขา
  2. บริษัทฯ จะต้องมี ส่วนแบ่งการตลาดมากเป็นอันดับ 1 ในแต่ละพื้นที่ที่เปิดดำเนินการ และจะมีฐานลูกค้าของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นทุกปี อย่างน้อยปีละ 30 เปอร์เซ็นต์
  3. บริษัทฯ จะต้องมียอดปล่อยสินเชื่อเฉลี่ยต่อจำนวนพนักงานสูงที่สุดในธุรกิจเดียวกัน
  4. บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและการบริหารหนี้ โดยใช้ MTC Model เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน
  5. บริษัทฯ จะให้บริการที่เป็นเลิศ และ สร้างความพึงใจสูงสุดแก่ลูกค้า

ค่านิยมพนักงาน

  • ซื่อสัตย์สุจริต
  • ทุ่มเทเพื่องาน
  • ทัศนคติดี
  • สามัคคีรวมใจ
  • ระเบียบวินัยเคร่งครัด